มารู้จักวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยสติ๊กเกอร์ลาเบล

0
80

ถ้าสินค้าเหมือนๆ กันเราจะสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าได้อย่างไร? คงจะดีถ้าสินค้าของเราสามารถดูมีมูลค่ามากกว่าสินค้าของคู่แข่ง ยกตัวอย่างเช่น ส้ม ที่เราไม่สามารถดูได้จากตาเปล่าว่าคุณภาพด้านในเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เราเห็นได้ชัดคือสติ๊กเกอร์ลาเบลหรือฉลากสินค้าที่บ่งบอกว่าเป็นสินค้าของที่ไหน ทำให้เรามั่นใจในคุณภาพมากยิ่งขึ้น และกล้าที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อสินค้าที่เราสามารถรู้รายละเอียดมากกว่า นอกจากตัวอย่างที่ได้หยิบยกขึ้นมาแล้ว สติ๊กเกอร์ลาเบลยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้ามากขึ้นอีก ลองไปดูกันเลย

สติ๊กเกอร์ลาเบล

สติ๊กเกอร์ลาเบลช่วยนำเสนอข้อมูลของแบรนด์

โดยมีไว้เพื่อระบุข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค ส่วนประกอบ ส่วนผสม วิธีการใช้งาน คำเตือนในการใช้งาน วันเดือนปีที่ผลิต ข้อมูลการติดต่อ และหมายเลขฉลากสินค้า เป็นต้น และนอกจากเรื่องของเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งแล้วยังช่วยสื่อสารให้กับผู้บริโภคอีกด้วยในกรณีที่สินค้าของเรามีความใหม่ ยังไม่มีในตลาดหรือ อาจจะไม่มีความชัดเจนอีกด้วย

สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์

เวลาเราเห็นสินค้าที่อยู่ตามท้องตลาดบางครั้งเพียงเห็นส่วนหนึ่งหรือแค่สีก็สามารถจดจำแบรนด์ได้ทันที ซึ่งในส่วนของฉลากเป็นองค์ประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ตัวฉลากเป็นการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับสินค้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดเมื่อผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันถูกวางบนชั้นวางสินค้า ช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น

สติ๊กเกอร์ลาเบลบ่งบอกชนิดผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

เมื่อชนิดผลิตภัณฑ์ของแบรนด์แตกต่างกัน ฉลากสินค้าคือองค์ประกอบในการจัดหมวดหมู่ แต่ยังคงความเป็นแบรนด์เดียวกันเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าของเราคือสบู่ เราอาจจะมีสบู่มากกว่า 1 สูตร เช่น สบู่ชาเขียว สบู่กุหลาบ สบู่ส้ม ซึ่งแต่ละฉลากก็จะสามารถใช้สีที่แตกต่างกันอย่าง เขียว ชมพู ส้ม ตามลำดับ เพื่อช่วยให้เห็นความแตกต่างของสินค้า

สติ๊กเกอร์ลาเบลแสดงข้อมูลที่มีผลทางกฎหมาย

สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคคือการระบุข้อควรระวังที่มีผลทางกฎหมายต่อผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น การใส่ข้อความ “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง” บนฉลากสินค้าประเภทยาสูบ หรือ เครื่องหมายฮาลาลสำหรับอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งอนุมัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามให้มุสลิมบริโภคหรือใช้ประโยชน์ได้ เป็นต้น โดยตามหลักกฎหมายผู้ผลิตสินค้าจะต้องอธิบายข้อควรระวังต่อผู้บริโภคบนฉลากสินค้าอย่างชัดเจน

จะเห็นได้ว่าฉลาดช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของเราไม่ใช่แค่ความสวยงามแต่การให้ข้อมูลบนฉลาดยังเป็นการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้าที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรใส่ใจในการเลือกใช้ข้อมูลลงบนฉลาก และคอบปรับให้เหมาะกับผู้บริโภค

ร่วมแสดงความคิดเห็น