เติมฟิลเลอร์คาง VS ฉีดโบท็อกซ์ แบบไหนปรับรูปคางได้ดีกว่ากัน?

0
199

ความสมส่วนของใบหน้าสามารถพิจารณาได้จาก 3 บริเวณ คือ บริเวณหน้าผากถึงคิ้ว บริเวณคิ้วถึงปลายจมูก และบริเวณปลายจมูกไปจนถึงช่วงคาง อย่างไรก็ดี การปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดนั้นสามารถทำหัตถการได้ในบริเวณปลายจมูกไปจนถึงช่วงคางเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้จะสามารถเลือกปรับความสมส่วนของคางได้โดยการเติมฟิลเลอร์คาง หรือ เลือกฉีดโบท็อกซ์เข้าไปยังบริเวณที่กราม หรือ คางนั่นเอง

เติมฟิลเลอร์คาง

เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายคนคงสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า ควรจะเลือกปรับรูปคางด้วยการเติมฟิลเลอร์คาง หรือ ฉีดโบท็อกซ์ตามจุดต่าง ๆ แทน หากใครสงสัยเช่นเดียวกันนี้อยู่ ที่นี่มีคำตอบ!

เติมฟิลเลอร์คางดีไหม?

การเติมฟิลเลอร์คาง คือ การฉีดสารเติมเต็มจำพวกไฮยาลูรอนิค แอซิดเข้าไปที่บริเวณคาง ซึ่งฟิลเลอร์ที่นำมาใช้เติมคางนั้นจะมีเนื้อและโมเลกุลที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ใช้ในจุดอื่น หลังจากที่เติมฟิลเลอร์เข้าไป ตัวสารเติมเต็มจะช่วยปรับรูปคางให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม ไปจนถึงปัญหาหน้ากลมตามธรรมชาติ

การเติมฟิลเลอร์คาง 1 ครั้งสามารถให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดเสริมคางยาวนานสูงสุดถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ฟิลเลอร์คางยังเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสามารถสลายได้ หากได้รับการฉีดและดูแลอย่างถูกต้องก็จะถือเป็นการรักษาที่ปลอดภัยมากที่สุดแบบหนึ่งเลยทีเดียว

ฉีดโบท็อกซ์ดีกว่าหรือเปล่า?

การฉีดโบท็อกซ์ คือ การฉีดสารสกัดจากแบคทีเรียอย่าง Botulinum Toxin A เข้าไปที่บริเวณคาง โดยสารดังกล่าวนี้จะเข้าไปหยุดสารสื่อประสาทยังบริเวณคาง ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวจนรู้สึกว่าไม่สามารถขยับได้ หลังจากที่กล้ามเนื้อเริ่มคลายตัวก็จะสังเกตเห็นได้ว่า ริ้วรอย ไปจนถึงกล้ามเนื้อคางมีการยกกระชับและมีขนาดที่เล็กลง 

ด้วยเหตุนี้ การฉีดโบท็อกซ์คางจึงเหมาะสำหรับการแก้ปัญหาคางใหญ่ ไปจนถึงผู้ที่ต้องการลดขนาดกรามและคางลงมา อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบกับการเติมฟิลเลอร์คางที่เห็นผลลัพธ์ได้ทันที การฉีดโบท็อกซ์จะสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ใน 2 – 4 สัปดาห์ และจะอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และตำแหน่งที่ฉึด

ควรเลือกปรับรูปคางแบบไหนดี?

การเติมฟิลเลอร์คางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับให้คางดูยาว ได้ส่วน ไปจนถึงการแก้ปัญหาคางบุ๋มและคางกลม ในขณะที่การฉีดโบท็อกซ์คางจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามและคางใหญ่ ตลอดจนผู้ต้องการลดขนาดของคางและกรามลงมาเพื่อให้ใบหน้าดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ การเติมฟิลเลอร์อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแพ้สารไฮยาลูรอนิค แอซิด ตลอดจนการฉีดโบท็อกซ์ยังไม่สามารถใช้กับผู้มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจและกล้ามเนื้อได้ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

เพียงเท่านี้ทุกคนก็เข้าใจความแตกต่างของการเติมฟิลเลอร์คางและการฉีดโบท็อกซ์แล้ว แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน อย่าลืมพิจารณาถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความน่าเชื่อถือของคลินิก ทั้งยังควรตรวจสอบกล่องของโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ก่อนฉีดเป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาได้ผลลัพธ์ไม่ตรงความต้องการอย่างคางเบี้ยว หรือ คางบวม ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย

Previous articleอยากกู้สินเชื่อรถแลกเงินที่ไหนดี ที่นี่มีคำตอบ
Next articleเซรั่มลดริ้วรอย คืออะไร มีวิธีการเลือกใช้อย่างไร